2005/Mar/03

วันนี้เป็นอะไรไม่รู้อยู๋ดีๆ ก็นึกถึงเรื่องของคนที่ชอบขึ้นมา ทั้งๆที่ตัดใจไปนานแล้ว แฮะๆ แต่ก็ไม่ได้อะไรมากเลยมาเขียนไดอารี่ในวันนั้นดู

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตอนนี้ผมเป็นนักศึกษาปีที่ 2 มันก็เป็นสิ่งแน่นอนที่ผมอยากจะจีบเด็ก เพราะเมื่อปีที่ผ่านผมได้อกหักโดยไม่ได้พูดอะไรสักอย่าง เธอปฏิเสธผมโดยการให้เพื่อนรับโทรศัพท์บ้าง ไม่รับสายบ้าง มันทำให้ผมช้ำใจยิ่งนัก แต่น้ำตาของผมไม่ไหลสักหยด.

เปิดเทอมที่ผ่านมาผมทำงานเกี่ยวกับรับน้องหลายอย่างมากไม่ว่าจะเป็นของมหาลัย หรือของคณะ แต่ผมก็ต้องผิดหวังเพราะผมไม่เจอใครที่ต้องสายตาผม ผมก็คิดในใจไม่เป็นไรปีนี้ ไม่มีแฟนก็ไม่เป็นไร เพื่อนยังมี.

ต่อมาถึงวัน Freshy Game ผมก็ได้ไปพบกับน้องคนหนึ่ง เธอเป็นคนเรียบๆ แต่ในความคิดผมผมคิดว่า เธอคนนี้น่ารักมาก ผมอึ้งไม่สามารถพูดอะไรได้ แล้วน้องก็ตอบกลับมาว่า สวัสดีค่ะ พี่ หลังจากนั้นผมก็คุยกับเธอเรื่องงานต่างๆที่เธอควรทำมนฐานะที่เป็น Freshy.

น้องคนนั้นไม่เคยโทรหาผมเลยสักครั้ง ในใจผมเองก็ว่างเปล่า สับสน วุ่นวาย ผมได้แต่เป็นฝ่ายโทรหาเขาในตอนนั้น เวลาน้องไม่รับสายผมก็จะเศร้า แต่พอน้องโทรกลับผมกลับดีใจเหมือนเป็นบ้า. ผมได้หลอกตัวเองอยู่พักหนึ่งถึงแม่ว่ามันจะไม่ยาวมากในเวลาแค่ 3 เดือนที่ผมได้คบกับในฐานะของ รุ่นพี่กับรุ่นน้อง. แต่พอผมคิดจะบอกเธอว่าชอบน้องเขาจะมักอยู่กับเพื่อนเป็นกลุ่มๆ และน้องเขาไม่อยู่หอซึ่งทำให้ผมลำบากใจมาก ผมชวนน้องเขาไปเที่ยวหลายครั้งแต่เธอมักจะไม่ยอมไป. แต่ผมก็ยังไม่ยอมแพ้ยังชวนเรื่อยๆโดยชวนทั้งเพื่อนของน้องคนนั้นด้วย แต่ก็ไม่สำเร็จ.

พอถึงวันเกิดของน้องเขาผมอดทนถึงเที่ยงคืนเพื่อจะโทรหาน้องเพื่อ HBD แต่พอน้องเขารับน้องเขาพึ่งตื่นจากการหลับ (เพราะเพื่อนเขาไป HBD ที่นั่น) ผมเอาของขวัญไปให้น้องในวันถัดไป น้องเขาก็ตอบมาเพียงแต่ว่า ขอบคุณค่ะ โดยที่ไม่ชวนคุยอะไรต่อเลย.ไม่นานหลังจากนั้นนักสิ่งที่ผมคิดได้ ผมเองก็เป็นได้แต่ รุ่นพี่ที่ดีคนหนึ่ง เพราะน้องไม่เคยปฏิบัติมากกว่านั้นเลย น้องคนนั้นมีคนจีบพอสมควร อันนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ผมว้าวุ่นใจมาก. ผมจึงได้แค่คุยโทรศัพท์กับน้องเขาเรื่อยๆมา.

และแล้วมีวันหนึ่งผมได้พบกับน้องของเขาเดินกับเพื่อนแต่เวลาน้องเจอผม น้องเขาเดินหนีผมปข้างหน้า ตอนนั้นผมได้แต่คุยกับเพื่อนเขา และมีความเสียใจในใจลึกๆ

วันพรุ่งนี้ เป็นวันลอยกระทง ผมกะจะบอกน้องเกี่ยวกับความรู้สึกของผมให้น้องเขาทราบ. ผมจัดเตรียมแผนไว้ตลอดพร้อมโทรหาน้องถามว่าน้องสามารถจะอยู่ดึกได้ไหม น้องเขาบอกว่าได้ ในใจผมคิดว่า OK ละ.

วันนี้ผมโทรหาน้องตอนบ่าย 4 โมงครึ่งซึ่งเป็นเวลาเลิกเรียนแน่ๆ ผมชวนน้องไปดูดอกไม้ไฟ ซึ่งน้องตอบว่าOK ผมเลยบอกว่าถ้าน้องจะไปถึงงานลอยกระทงให้โทรเรียกผมด้วย.(ซึ่งผมไปกับเพื่อนก่อนเพราะน้องเขาก็ไปกับเพื่อนของเขา.) ผมไปพบน้องที่งานน้องเขาไม่เห็นผม แต่น้องเขาไม่ได้โทรหาผม มันทำให้ผมทำอะไรไม่ออก หน้าตาผมตีหน้าว่าเศร้ามากพูด หัวสมองของผมว่างเปล่าถึงขั้นว่าเพื่อนต้องมาสะกิดถึงรู้สึกตัว. หลังจากนั้นผมจึงไปจุดดอกไม้ไฟเล่นกับเพื่อน และแล้วน้องคนนั้นก็โทรมา พูดว่า ขอโทษนะคะพี่หนูลืม ผมเลยพูดว่า ไม่เป็นไรแล้วน้องถึงหอหรือยัง ถ้าถึงมาดูดอกไม้ไฟกันไหม โทรเรียกพี่ด้วย. ตอนนี้จิตใจผมสับสนมากไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี นั่งคิดได้อยู่คนเดียว. ถึงเวลา สี่ทุ่มครึ่ง ผมชักงงว่าทำไมน้องเขาถึงยังไม่โทรหายมทั้งๆที่ผ่านมา ประมาณ 40 นาทีแล้ว ผมจึงโทรหาน้อง แต่แล้วน้องเขาบอกว่าน้องอยู่หอตั้งนานแล้ว. ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นของเล่นที่ถูกให้น้องเขาปั่นหัว ผมซึมมากในตอนนั้น. ผมเลยบอกไปว่างั้นลงมาดูกันไหม ซึ่งน้องเขาก็ลงมา. แต่แล้วสิ่งที่ผมคิดไว้มันก็เป็นจริง น้องเขาลงมาพร้อมกับเพื่อน ประมาณ 8 คนและใช้เวลาเป็นครึ่งชั่วโมง ในการเดินทาง ทั้งๆที่ 10 นาทีก็ถึงที่นัดแล้ว แล้วน้องก็บอกว่า พี่คะ หนูกลับก่อนนะคะพอดีแม่มารับแล้ว ตอนนั้นหัวใจผมแตกสลาย ผมได้แต่ฝืนยิ้มออกมาให้น้องเห็น พอเพื่อนไปส่งน้องกันหมด ผมได้แต่ต้องมากอดเพื่อนของผมซึ่งผมได้ปรึกษาไป. ผมไม่รู้ว่าผมต้องทำอย่างไรดีตอนนี้ น้องเขาไม่ได้แคร์ความรู้สึกผมเลยหรือ และผมได้จุดดอกไม่ไฟที่ผมเตรียมมาเล่นกับน้องเขากับเพื่อนๆของน้อง. ผมเดินไปเรื่อยไร้จุดหมาย สิ่งที่ผมทำตอนนั้นผมได้หยิบมือถือขึ้นมา กดเบอร์ของน้องคนนั้น ซึ่งตอนแรกผมก็โทรหาเขาไม่ติด แล้วน้องก็เลยโทรกลับมา ผมจึงบอกความรู้สึกของผมไปว่า พี่ชอบน้องนะ พี่อยากบอกความรู้สึกที่พี่คิดกับน้องไว้ พี่ไม่อยากเก็บเอาไว้ น้องเขาตอบแค่คำเดียวว่า อือ ค่ะ ผมกลับมาถึงห้องได้แต่นั่งเงียบๆคนเดียวน้ำตามผมไม่ไหลสักหยด นอนไม่หลับ หัวสมองไม่สั่งการไร เพื่อนผมก็บอกว่าบอกความรู้สึกไปแล้วไม่ใช่เหรอแล้วจะมานั่งเครียดอะไร ผมไม่โต่ตอบ ไม่พูดไรทั้งนั้น ผ่านจากนั้นผมเริ่มได้สติหลังจากเพื่อนผมนอนไป สิ่งที่ผมทำต่อไปคือ ผมเดินมาคอมเครื่องนี้ พิมพ์เกี่ยวกับความรู้สึกที่ผมคิดกับน้อง ตอนนี้น้ำตาของผมค่อยๆไหลออกมาก. ผมไม่รู้ว่าทำไม่ผมต้องมาpostไว้ที่บอร์ดแห่งนี้ แต่สิ่งที่ผมคิดก็คงจะเก็บเอาไว้เป็นความรู้สึกชอบที่มีต่อน้องเขา.

ถึงตอนนี้ผมคงจะไม่มีสิ่งที่เรียกว่า ความรัก ที่จะ รัก หรือ ชอบ คนอื่นไปอีกนาน เพราะตอนนี้เพียงแค่ผมหลับตาลงและคิดถึงเรื่องน้องคนนั้น และน้ำตาผมก็ไหลออกมา ผมไม่เคยชอบใครเท่านี้มาก่อนแต่ทำไมความรู้สึกในใจของผมมาสามารถถึงส่งถึงน้อง ผมไม่รู้.

กระทู้นี้ผมอยากเก็บไว้เป็นความทรงจำของผม กรุณาอย่าโพสจับผิดนะครับ

ถึงเพื่อนของน้องคนนั้นที่มาพบเห็นกระทู้นี้กรุณาอย่าบอกน้องคนนั้นนะครับ

ถึงน้องที่พี่ชอบ พี่พิมพ์ไปมันเป็นความรู้สึกของพี่ที่คิดกับน้อง ซึ่งวันนั้นพี่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรกับความรู้สึกชอบที่มีต่อน้องแล้ว ตอนนี้พี่รู้เพียงแค่ว่าน้องคิดกับพี่แบบ รุ่นพี่ ให้แก่น้องได้เท่านั้น.

2005/Feb/22

22/2/48

ตัวละคร - ป้อ กั๊ง กั๊ก นัท ซัง พะยูน(ตูเอง)

ถึง ไดอารี่ที่รัก (คำๆคงไม่เหมาะกับเราสำหรับวันนี้แน่....)

วันนี้ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น การดำเนินชีวิตก็ปกติ ทำ-มะ-ดา เรื่อยๆ ชิวๆ ตอนเช้าก็ส่ง รายงาน MICRO ไป เอ๊ะไม่ใช่สิต้องนิตยสารMICRO (ที่ทำแบบโต้รุ่งกับ กั๊ก และ นัท แล้วก็ไป หลับ ในคาบ TU140 ของป้ากานดา T-T )มีแต่คนบอกว่า หรู แต่ข้างในนี่ โอ้จอร์จ พรเจ้าช่วย...... แอบ สวย แต่ไม่เท่าปกที่ ซัง ทำมา. แต่แล้วบุรุษผู้ซวยหนักคือ "นัท" ปกทั้งที่ซังทำ แต่กลับโดนมาลงที่นัทว่า "แม่งหรูหว่ะ", "ไฮโซโคตร" โอ้สังคมอันเลวร้าย ไฉนไปพูดงี้กับนัทหล่ะ นัทก็เลย ซึมกระทือไปชั่วครู่ ประมาณ 1-2 ชั่วโมง และแล้ว ก็นั่ง Mouth กับ ป้อ เรื่องไปต่างประเทศประมา 0.5 Hr. แล้วก็ไปบอกกั๊งว่า ลูกหนูคลอดอีกแล้วนะ ทั้งหมดก็ 10ตัวกว่าๆแล้วมั๊ง

หลังจากนั้นก็เลยยกทีมไปบุก Lab Com หมายที่จะ ทำ PA4 แต่แล้ว ก็มีคนบอกว่า Demo วันไหน กั๊กก็เลย วิ่งเป็น ม้าเร็วไปถาม กุบ กับ... ชีวิตตอนนี้ก็ยัง ลัลลา แต่แล้ว.... กั๊ก ก็เดินกลับมา พร้อมกับบอกว่า เขาโดน Cheating ตอนนี้ ทุกคนตกใจไม่ว่าใครต่อใคร (O_o) หลังจากนั้น ก็คิดว่าขอให้มันไม่เป็นจริงและไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่แล้ว เพียงแค่เข้าคาบ ของ Dr. Matthew โอ้....... เพียงแค่บอกว่าคะแนนออก ตอนพักทุกคนก็ กรู.........................................กันเข้าไปในห้อง LAB สิ่งที่พบ ยิ่งกว่า กั๊ก โดน Cheating ได้ 0. ทุกสิ่งทุกอย่างกลายเป็น + สู้ - . จาก ร้าย เป็น ดี. หลังคาบโอ้เรียนไม่ร้เรื่อง สมองติ้วๆ นั่งเครียด อยากอ้วก แถมสภาพหลายๆคน อย่างกับไปลุยสนามรบ(เปรียบเทียบนะ) โอ้ๆ แต่ไม่รู้อยู่เป็นไรคาบบ่ายเรียนไม่รู้เรื่อง ปั้นหน้ายิ้มไม่ออก ฟังซังพูดเรื่องคะแนนกับใครก็ไม่รู้ทางโทรสับ (ตอนนั้นคิดเลยนะ "โอ๊ย!!!เจ๊ซังค้าบ ผมก็คะแนนเท่าๆเจ๊ แถมหลายๆวิชาของเจ๊ก็ยังดีกว่าผมเลย จะคิดมาไปไมฟระ")

ตอนนั้นเราก็น้ำตาคลอเบ้า ไม่รู้เป็นไร นั่งเงียบตลอดทางกลับบ้าน ปลอบซังก็ไม่ได้. กลับบ้านมาก็ต้องช่วยพ่อ เราเลยต้องแปลงร่างเป็น กรรมกร เพื่อแบกของ พอขึ้นห้องก็ยังคิดเรื่องนี้ไม่หาย รู้สึกตัวมาก็ส่งเมล์ไปหา Dr. Matthew ว่าช่วยให้กั๊กได้ prove สำหรับงานนี้อีกครั้งไม่ก็ตัดคะแนนเราแล้วเอาไปให้กั๊กไปเลย รายละเอียดก็....

แล้วก็มานั่งเขียน ได-อา-รี่ เรื่องนี้พร้อมกับคุยกับนัทเรื่องนี้แหล่ะแล้วก็หลายๆเรื่องด้วย แล้วก็ไปอ่านหนังสือ ลัล ลา.......(ขำไม่ออกหว่ะ วันนี้)

« Back to Sent Mail 1 of 27 Older ›

New window
Print
Sorry for disturbed you.
NePPy
to mdailey
More options 20:10 น. (56 minutes ago)
Dear Dr. Matthew Mdailey

I know about this e-mail will disturb you very much that you tried
to talk about V-ris PA2 score but please read this mail.

About my friend (V-ris) PA2 score. I see him doesn't sleep for
work this PA for late at night even the dead line is next week
because he must give a time to teach me how to do PA2 but he get the
"zero" score. Can you please give a chance for him to prove himself
for this PA.

Other choice is my decision that you can get my PA2 score and add
to V-ris PA2 score. I made this decision because I think he should get
the score more than me. He concentrate in your subject very much. He
very serious about this very much.

Thank you for reading my e-mail and sorry for my disturbance

Sincerely yours,

Krittapong Uaamporn

4622774752

ReplyForward

2005/Feb/22

Diary อันนี้อ่ะมีไว้ให้อ่านเป็น อนุสรณ์ตั้งแต่ชีวิต มะ-หา-ลัย ปี 2 ของเราอ่ะแคงจะเขียนไปเรื่อยๆ แต่ว่าจะไม่แก้ไขอะไรทั้งสิ้น

หลายๆ คนคงถามว่าทำไมต้องเขียนอ่ะไร้สาระ...... สาเหตุก็....

1. ก็อย่างที่กล่าวไว้ข้างบน

2. เอาไว้ให้เพื่อนๆที่ได้อ่านเอาไปปรับปรุงตัวในเวลาภายหลังว่าคนที่นิสัยคล้ายๆเราจะคิดอย่างไรบ้าง เพราะเราคงไม่กล้าบอกอ่ะ กลัวโดนด่า(แม่งหาว่าตูเก็บกดคิดมากแน่ๆ)

3. ไดอารี่อันนี้เขียนเรื่องที่เกิดกับเราเพราะฉะนั้นอาจจะมีคนที่ไม่รู้จัก ก็ งง ไปซะนะ 5 5 5 5 5 5 55

คงไม่มีอะไรแล้วมั๊ง ก็ไว้ไปอ่านเองละกันนะ...... 5......4....3....2...1 Go!!!

แก้ไขเมื่อ 22/2/2548 22:02:20